แชร์

นอนกรน มี 2 ประเภท รู้ยัง ?? : วิธีป้องกันและแก้ไขการนอนกรน

อัพเดทล่าสุด: 22 ม.ค. 2026
309 ผู้เข้าชม

นอนกรน มี 2 ประเภท รู้ยัง ??

นอนกรน มี 2 ประเภท รู้ยัง ?? : วิธีป้องกันและแก้ไขการนอนกรน

การนอนกรนอาจดูเหมือนเรื่องปกติที่หลายคนประสบพบเจอ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วการนอนกรนนั้นมีหลายประเภท? ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับประเภทของการนอนกรนและวิธีแก้ไขที่สามารถช่วยให้การนอนหลับของคุณหรือคนที่คุณรักกลับมามีคุณภาพอีกครั้ง

การนอนกรนสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะและสาเหตุที่แตกต่างกันไป

1. นอนกรนธรรมดา

นอนกรนธรรมดาเป็นการนอนกรนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการหยุดหายใจขณะหลับ มักเกิดจากการที่เนื้อเยื่อในลำคอมีการสั่นสะเทือนขณะที่หายใจเข้าออก ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การนอนหงาย หรือความอ้วน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดนอนกรนธรรมดา

การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดนอนกรนธรรมดา เนื่องจากแอลกอฮอล์มีผลต่อการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อในลำคอ ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนขณะหายใจเข้าออก นอกจากนี้ การนอนหงายยังเพิ่มความเสี่ยงในการนอนกรนธรรมดา เพราะทำให้ลิ้นและเนื้อเยื่อในลำคอเคลื่อนเข้าหาทางเดินหายใจ

ผลกระทบต่อสุขภาพจากนอนกรนธรรมดา

แม้ว่านอนกรนธรรมดาจะไม่ได้รุนแรงเท่ากับประเภทที่เกี่ยวข้องกับการหยุดหายใจขณะหลับ แต่มันก็ยังสามารถส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับได้ เสียงกรนที่ดังอาจทำให้คุณหรือคนที่นอนข้างเคียงตื่นบ่อยครั้งในตอนกลางคืน ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยล้าในตอนเช้า นอกจากนี้ การนอนกรนยังอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะสุขภาพอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่

การจัดการและป้องกันนอนกรนธรรมดา

การจัดการกับนอนกรนธรรมดาสามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เช่น เปลี่ยนท่านอนจากหงายมาเป็นตะแคง ซึ่งสามารถช่วยลดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในลำคอได้ นอกจากนี้ การลดน้ำหนักและงดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนยังสามารถลดความถี่และความรุนแรงของการกรนได้

2. นอนกรนที่เกี่ยวข้องกับการหยุดหายใจขณะหลับ

นอนกรนประเภทนี้มีความรุนแรงมากกว่านอนกรนธรรมดา เพราะเกี่ยวข้องกับการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ขณะหลับ เป็นภาวะที่เรียกว่า "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ" (Obstructive Sleep Apnea - OSA) ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือภาวะซึมเศร้า

สัญญาณและอาการของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สัญญาณที่ชัดเจนของภาวะหยุดหายใจขณะหลับคือการกรนเสียงดังที่ตามมาด้วยการหยุดหายใจช่วงสั้นๆ ซึ่งอาจทำให้คุณตื่นขึ้นมาหายใจแรงๆ ในเวลากลางคืน อาการอื่นๆ ที่ควรสังเกตได้แก่ ความรู้สึกเหนื่อยล้าในตอนกลางวัน ปวดศีรษะในตอนเช้า และความยากลำบากในการมีสมาธิ

ความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ได้เพียงแค่รบกวนการนอนหลับ แต่มันยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และภาวะซึมเศร้าได้ การที่ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นช่วงๆ อาจนำไปสู่การเกิดความดันโลหิตสูงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักเริ่มต้นด้วยการปรึกษาแพทย์และรับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง การใช้เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยจะช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดกว้างตลอดการนอนหลับ ในบางกรณีที่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อปรับโครงสร้างของทางเดินหายใจ

สาเหตุของการนอนกรน

การนอนกรนสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

โครงสร้างของลำคอ

โครงสร้างของลำคออาจมีบทบาทสำคัญในการเกิดการนอนกรน บางคนมีเนื้อเยื่อในลำคอที่มีขนาดใหญ่หรือมีรูปทรงที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนง่าย การมีลิ้นขนาดใหญ่ ต่อมทอนซิลที่โต หรือกล้ามเนื้อในลำคอที่หย่อนยานอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดการนอนกรนได้ง่ายขึ้น

การใช้ยา

ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาต้านซึมเศร้า อาจทำให้กล้ามเนื้อในลำคอหย่อนยานลง ส่งผลให้เกิดการนอนก

ปัจจัยทางพันธุกรรม

การนอนกรนอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ หากสมาชิกในครอบครัวมีประวัติการนอนกรน ความเสี่ยงที่คุณจะมีปัญหานี้ก็อาจสูงขึ้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติสุขภาพครอบครัวสามารถช่วยให้คุณเตรียมตัวและหาทางป้องกันปัญหานี้ได้

วิธีป้องกันการนอนกรน

การป้องกันการนอนกรนสามารถทำได้ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมการนอน

ปรับสภาพแวดล้อมการนอน

การเลือกใช้หมอนที่ช่วยพยุงศีรษะและคอให้ตรงสามารถช่วยลดการนอนกรนได้ หมอนที่เหมาะสมจะช่วยให้ลำคออยู่ในท่าที่ไม่กดดันทางเดินหายใจ นอกจากนี้ การรักษาห้องนอนให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมและเงียบสงบยังช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น

ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและลดน้ำหนัก ซึ่งสามารถลดการนอนกรนได้ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว วิ่ง หรือปั่นจักรยาน สามารถเพิ่มความแข็งแรงของระบบหายใจและช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ทำให้ทางเดินหายใจระคายเคืองและเพิ่มความเสี่ยงต่อการนอนกรน สารเคมีในบุหรี่สามารถทำให้เนื้อเยื่อในลำคอบวมและทำให้ทางเดินหายใจแคบลง การเลิกบุหรี่จะช่วยลดอาการระคายเคืองและปรับปรุงสุขภาพทางเดินหายใจ

สรุป

การนอนกรนไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาของเสียงรบกวน แต่ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว การรู้จักประเภทของการนอนกรนและวิธีแก้ไขสามารถช่วยให้คุณและคนที่คุณรักมีการนอนหลับที่ดีขึ้นและสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

อย่าลืมว่าการปรึกษาแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถกลับมานอนหลับได้อย่างเต็มที่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

เรียบเรียงโดย : ภคิณ จินดาพล
Sleep Specialist


บทความที่เกี่ยวข้อง
แบบประเมินความเสี่ยงโรค OSA
คุณเสี่ยง ! หรือไม่ ที่จะเป็นมีอาการนอนกรนชนิดหยุดหายใจขณะหลับ OSA
Pakin's Profile for Blog Pakin Jindapon
3 ม.ค. 2021
ตื่นนอนแล้วปวดหัว เกิดจากอะไร
อาการตื่นนอนแล้วปวดหัวมักเกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือความเครียด แก้ด้วยการปรับพฤติกรรมการนอนและปรึกษาแพทย์หากมีอาการเรื้อรัง
Pakin's Profile for Blog Pakin Jindapon
20 ก.พ. 2026
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร อันตรายแค่ไหน อธิบายอาการ สาเหตุ วิธีวินิจฉัย และแนวทางรักษา เหมาะสำหรับผู้เริ่มสงสัยว่าตนเองมีภาวะ OSA
Pakin's Profile for Blog Pakin Jindapon
16 ม.ค. 2017
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ