แชร์

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาที่เข้าใจง่าย

อัพเดทล่าสุด: 10 ก.พ. 2026
20333 ผู้เข้าชม

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea: OSA) เป็นความผิดปกติของการนอนหลับที่พบได้บ่อย โดยเกิดจากการยุบตัวของทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ลมหายใจติดขัดหรือหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ตลอดคืน ส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจนเป็นระยะและสมองต้องปลุกตัวเองให้ตื่นซ้ำ ๆ จนการนอนหลับขาดช่วง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ไม่เพียงแต่ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ยังนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และเสี่ยงต่อการหลับในขณะขับขี่ได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกลั้น เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณช่วงลำคอผ่อนคลายและตีบแคบในระหว่างที่เรานอนหลับ ทำให้การหายใจแบบปกติเกิดการติดขัด บางครั้งอาจมีการหยุดหายใจ 10 ถึง 20 วินาทีต่อครั้ง และสามารถเกิดขึ้นได้หลายร้อยครั้ง/คืน ซึ่งจะส่งผลให้ระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดลดน้อยลง ซึ่งสมองก็จะได้รับออกซิเจนน้อยลงไปด้วย เมื่อสมองขาดออกซิเจนก็จะต้องคอยปลุกให้ผู้ป่วยตื่นเพื่อเริ่มหายใจใหม่ และเมื่อสมองได้รับออกซิเจนเพียงพอแล้ว ผู้ป่วยก็จะสามารถหลับลึกได้อีกครั้ง แต่ต่อมาการหายใจก็จะเริ่มขัดขึ้นอีก สมองก็ต้องปลุกตัวเองให้ตื่นขึ้นใหม่ วนเวียนเช่นนี้ตลอดคืน เป็นผลให้ผู้ป่วยนอนหลับได้ไม่เต็มที่

ระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ความรุนแรงของภาวะนี้ไม่ได้วัดเพียงแค่ความดังของการกรน แต่แพทย์จะประเมินจากค่าดัชนีการหยุดหายใจและหายใจแผ่ว (Apnea-Hypopnea Index หรือ AHI) ต่อชั่วโมงร่วมกับระดับออกซิเจนในเลือด สามารถตรวจหาระดับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้จากการตรวจการนอนหลับ (sleep test) และ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ โปรแกรมทดสอบการนอนหลับที่บ้าน Home Sleep Test

ระดับน้อย (mild)

มีค่าดัชนีหยุดหายใจและหายใจแผ่วเบา (AHI) 5 -14 ครั้ง/ชั่วโมง และมีระดับออกซิเจนในเลือดที่ต่ำที่สุดขณะนอนหลับอยู่ในช่วง 86 – 90

ระดับปานกลาง (moderate)

มีค่าดัชนีหยุดหายใจและหายใจแผ่วเบา (AHI) 15 – 29 ครั้ง/ชั่วโมง และมีระดับออกซิเจนในเลือดที่ต่ำที่สุดขณะนอนหลับอยู่ในช่วง 70 – 85

ระดับรุนแรง (severe)

มีค่าดัชนีหยุดหายใจและหายใจแผ่วเบา (AHI) ≥ 30 ครั้ง/ชั่วโมง และมีระดับออกซิเจนในเลือดที่ต่ำที่สุดขณะนอนหลับ ≤ 69

ผลกระทบของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

อ่อนเพลีย

ผลกระทบของ OSA นั้นรุนแรงและกว้างขวางกว่าที่คิด เพราะการขาดออกซิเจนสะสมทุกคืนจะส่งผลเสียต่อระบบการทำงานของร่างกายโดยรวม หากปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลกระทบทั้งใน "ระยะสั้น" ที่รบกวนชีวิตประจำวัน และ "ระยะยาว" ที่กลายเป็นภัยเงียบทำลายสุขภาพ

  ระยะสั้น

  • ออกซิเจนในเลือดต่ำ
  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
  • ความจำไม่ดี สมาธิสั้น
  • หงุดหงิดง่าย
  • อุบัติเหตุรถยนต์เนื่องจากความง่วง หลับใน
  • อ่อนเพลีย อาการซึมเศร้า
  • สมรรถภาพทางเพศลดลง
  • นอนไม่หลับ
  • ปัญหาชีวิตครอบครัว

  ระยะยาว

ร่างกายต้องการออกซิเจนทุกวินาที แต่ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะส่งผลให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายน้อยลง ซึ่งจะส่งผลทำให้มีโอกาสเกิดโรคเหล่านี้มากกว่าคนปกติ 3 เท่า

  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต
  • รคซึมเศร้า
  • โรคเบาหวาน

วิธีรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

แนวทางการรักษานั้นขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและลักษณะทางกายวิภาคของแต่ละบุคคล โดยมีเป้าหมายหลักคือการเปิดทางเดินหายใจให้โล่งเพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ แพทย์อาจแนะนำวิธีรักษาเพียงวิธีเดียวหรือใช้หลายวิธีร่วมกัน ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้เครื่องมือแพทย์ ไปจนถึงการผ่าตัด

การใช้ CPAP

การใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (Continuous Positive Airway Pressure: CPAP) ถือเป็นวิธีมาตรฐานระดับ Gold Standard ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เครื่องจะเป่าลมผ่านท่อและหน้ากากเข้าสู่ทางเดินหายใจ เพื่อถั่งขยายช่องคอไม่ให้ยุบตัวขณะนอนหลับ ช่วยให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกตลอดคืนโดยไม่หยุดหายใจ ส่งผลให้หลับลึกได้ดีขึ้น ตื่นมาสดชื่น และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างดีเยี่ยม

การปรับพฤติกรรม

สำหรับผู้ที่มีอาการในระดับเริ่มต้นหรือไม่รุนแรง การปรับไลฟ์สไตล์มีส่วนช่วยได้มาก เริ่มจากการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ เพราะความอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก การจัดท่านอนโดยเน้นนอนตะแคงเพื่อลดการอุดกั้นของลิ้นไก่ รวมถึงการงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ และการสูบบุหรี่ก่อนนอน ซึ่งเป็นตัวการทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนตัว จะช่วยบรรเทาอาการนอนกรนและการหยุดหายใจให้ดีขึ้นได้

การรักษาอื่น ๆ

ในกรณีที่ไม่สามารถใช้เครื่อง CPAP ได้ หรือมีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การใช้อุปกรณ์ทันตกรรม (Oral Appliance/MAD) เพื่อยึดขากรรไกรล่างมาด้านหน้าช่วยเปิดทางเดินหายใจ หรือการผ่าตัด (Surgery) เพื่อตกแต่งลิ้นไก่และเพดานอ่อน หรือตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออก ทั้งนี้ การเลือกวิธีรักษาต้องผ่านการวินิจฉัยและประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยที่สุด

สรุปและข้อแนะนำ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม เพราะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและอายุขัย หากท่านหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนกรนเสียงดัง สลับกับเสียงเงียบหายไปเหมือนหยุดหายใจ หรือตื่นมาไม่สดชื่นทั้งที่นอนนาน ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือทำ Sleep Test เพื่อวินิจฉัยความรุนแรง การรู้เท่าทันและเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยคืนการนอนหลับที่มีคุณภาพและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงกลับคืนมาได้

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

รวบรวมข้อสงสัยยอดฮิตและข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังสนใจการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับและการใช้งานเครื่อง CPAP เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนตัดสินใจรักษา

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับรักษาได้ไหม

การรักษาที่ถูกวิธีโดยเฉพาะการใช้เครื่อง CPAP จะช่วยลดอาการหยุดหายใจได้  ในขณะที่ใช้งานผู้ป่วยจะกลับมามีคุณภาพชีวิตปกติ ลดความเสี่ยงโรคร้ายแรง และในกรณีที่สาเหตุหลักเกิดจากความอ้วน การลดน้ำหนักอย่างจริงจังร่วมกับการรักษาอาจช่วยให้หายขาดได้ในบางราย

อาการบอกเหตุที่พบในคนไทยมีอะไรบ้าง

สัญญาณเตือนที่พบบ่อยในคนไทยคือ "การนอนกรนเสียงดัง" สลับกับช่วงเสียงเงียบหายไปเหมือนหยุดหายใจ ก่อนจะเฮือกตื่นขึ้นมา บางรายอาจมีอาการสำลักน้ำลาย สะดุ้งตื่นกลางดึก ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน เมื่อตื่นเช้ามามักรู้สึกไม่สดชื่น ปวดมึนศีรษะ คอแห้ง และมีอาการง่วงนอนมากผิดปกติในช่วงกลางวัน (Excessive Daytime Sleepiness) ทั้งที่รู้สึกว่านอนไปหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม

ภาวะนี้อันตรายไหม ทำไมถึงเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

ภาวะนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะเมื่อหยุดหายใจระดับออกซิเจนในเลือดจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว (Hypoxia) ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมอง ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ซึ่งกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หากปล่อยไว้นาน จะทำให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมสภาพ นำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมองตามมาได้

เรียบเรียงโดย : ภคิณ จินดาพล
Sleep Specialist


บทความที่เกี่ยวข้อง
สะดุ้งตื่นกลางดึก เกิดจากอะไร
อาการสะดุ้งตื่นเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท ความเครียด หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หากรุนแรงควรทำ Sleep Test และรักษาด้วยการใช้เครื่อง CPAP
Pakin's Profile for Blog Pakin Jindapon
20 ก.พ. 2026
ตื่นนอนแล้วปวดหัว เกิดจากอะไร
อาการตื่นนอนแล้วปวดหัวมักเกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือความเครียด แก้ด้วยการปรับพฤติกรรมการนอนและปรึกษาแพทย์หากมีอาการเรื้อรัง
Pakin's Profile for Blog Pakin Jindapon
20 ก.พ. 2026
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คือ ความผิดปกติของการหายใจที่ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนขณะนอนหลับ สามารถตรวจด้วยการทำ Sleep Test และรักษาด้วยเครื่อง CPAP
Pakin's Profile for Blog Pakin Jindapon
20 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ