ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร ใครบ้างที่เสี่ยงเป็น รักษาได้ไหม

หลายคนอาจมองว่าการนอนกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ทราบหรือไม่ว่าเสียงกรนนั้นอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพร้ายแรง อาการอ่อนเพลียทั้งที่นอนเต็มอิ่ม หรือการสะดุ้งตื่นกลางดึก อาจบ่งบอกว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจและคุณภาพชีวิต หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอื่นตามมา บทความนี้ จะพาไปทำความรู้จักกับภัยเงียบนี้อย่างละเอียด เพื่อให้เราสามารถรับมือและดูแลสุขภาพการนอนได้อย่างถูกวิธี
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร
Obstructive Sleep Apnea : OSA คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของการหายใจที่เกิดขึ้นในระหว่างการนอนหลับ โดยมีการอุดกั้นของทางเดินหายใจ ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่มักพบได้บ่อยในเพศชาย ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ ซึ่งผู้ที่มีอาการ Sleep Apnea ส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ตัวว่าตนเองมีภาวะนี้ โดยมักจะทราบจากคู่สมรสหรือคนใกล้ชิดที่สังเกตเห็นความผิดปกติขณะหลับ
สาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
โรคนี้เกิดจากความผิดปกติทางกายภาพของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ อาทิ ช่องคอ ผนังคอหอย หรือจมูกมีความแคบกว่าปกติ เมื่อเข้าสู่ภาวะหลับลึก กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวจะคลายตัวและหย่อนลงมาปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้เกิดเสียงกรนจากการสั่นสะเทือน และเมื่อร่างกายพยายามหายใจเข้าแรงขึ้นผ่านช่องทางที่แคบลง จะส่งผลให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างสมบูรณ์ ทำให้เกิดการหยุดหายใจชั่วขณะและร่างกายขาดออกซิเจนในที่สุด
อาการภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
สัญญาณเตือนของภาวะนี้มีหลายรูปแบบ ซึ่งอาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและสุขภาพในระยะยาว หากเรา หรือคนใกล้ชิดมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเร่งปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย
- นอนกรนเสียงดัง มักกรนเป็นประจำและเสียงดังผิดปกติ อาจมีช่วงเงียบหายไปแล้วตามด้วยเสียงเฮือกเหมือนขาดอากาศ
- หยุดหายใจขณะหลับ มีอาการหยุดหายใจเป็นพัก ๆ หรือสำลักเหมือนขาดอากาศหายใจ
- สะดุ้งตื่นกลางดึก ตื่นขึ้นมาด้วยอาการหายใจแรง หายใจติดขัด หรือรู้สึกเหมือนจะสำลักน้ำลาย
- อาการหลังตื่นนอน รู้สึกคอแห้ง ปากแห้ง เจ็บคอหลังจากตื่นนอนตอนเช้า
- การเคลื่อนไหวผิดปกติขณะหลับ มีอาการนอนดิ้น เตะขาไปมา หรือขยับแขนขาอย่างรุนแรง
- ภาวะขากระตุก รู้สึกยุบยิบ หรือกระสับกระส่ายที่ขา ทำให้นอนไม่หลับหรือต้องขยับขาบ่อยๆ
- พฤติกรรมผิดปกติขณะหลับ เช่น ละเมอเดิน ละเมอพูด หรือละเมอรับประทานอาหาร
- ความผิดปกติทางอารมณ์และการฝัน ฝันร้าย ฝันผวา หรือแสดงท่าทางโต้ตอบในความฝัน
- อุบัติเหตุขณะนอน นอนตกเตียง หรือมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่รุนแรงโดยไม่รู้ตัว
- อาการทางกายอื่นๆ นอนกัดฟัน หรือมีอาการชักขณะหลับในบางราย
กลุ่มเสี่ยงเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
การวัดระดับความรุนแรงของโรคจะใช้เกณฑ์ดัชนีการหยุดหายใจและหายใจแผ่ว หรือ Apnea Hypopnea Index (AHI) ซึ่งได้จากการคำนวณจำนวนครั้งที่หยุดหายใจ (Apnea) และการหายใจแผ่ว (Hypopnea) ต่อชั่วโมง เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษา
- ระดับปกติ (Normal) ค่า AHI น้อยกว่า 5 ครั้งต่อชั่วโมง ถือว่าการหายใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ระดับเล็กน้อย (Mild) ค่า AHI อยู่ระหว่าง 5-15 ครั้งต่อชั่วโมง อาจเริ่มมีอาการง่วงนอนบ้างในตอนกลางวัน
- ระดับปานกลาง (Moderate) ค่า AHI อยู่ระหว่าง 15-30 ครั้งต่อชั่วโมง ร่างกายเริ่มได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้น ควรได้รับการรักษา
- ระดับรุนแรง (Severe) ค่า AHI มากกว่า 30 ครั้งต่อชั่วโมง ถือว่ามีความรุนแรงมาก เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนสูง จำเป็นต้องได้รับการรักษาทันที
กลุ่มเสี่ยงเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะนี้มาจากหลายองค์ประกอบ ทั้งโครงสร้างร่างกาย โรคประจำตัว และไลฟ์สไตล์ ซึ่งหากเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ควรหมั่นสังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ
- โครงสร้างใบหน้าและทางเดินหายใจ ผู้ที่มีคางสั้น ยุบ กะโหลกศีรษะผิดรูป หรือมีช่องคอและช่องจมูกแคบโดยกำเนิด
- โรคประจำตัวและภาวะสุขภาพ ผู้ป่วยโรคอ้วน น้ำหนักเกินเกณฑ์ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคภูมิแพ้ทางจมูกฃ
- ผลข้างเคียงจากยา การรับประทานยาที่มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ หรือยานอนหลับบางชนิด ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนตัวง่ายขึ้น
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีส่วนกระตุ้นให้เนื้อเยื่อในคอระคายเคืองและหย่อนตัว ส่งผลให้ทางเดินหายใจอุดกั้นได้ง่าย
การตรวจสุขภาพการนอนหลับ (Sleep Test)
การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดคือการทำ Sleep Test หรือ Polysomnography ซึ่งเป็นการตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายระหว่างการนอนหลับ โดยใช้เวลาตรวจประมาณ 6-8 ชั่วโมง ในช่วงเวลากลางคืน เพื่อตรวจจับสัญญาณชีพ คลื่นสมอง การหายใจ และระดับออกซิเจนในเลือด ข้อมูลที่ได้จะช่วยให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
แนวทางการรักษา
เมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้ว แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงและสาเหตุของโรค ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายเพื่อช่วยคืนคุณภาพการนอนหลับที่ดี
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หลีกเลี่ยงการนอนหงายโดยให้นอนตะแคงหรือหนุนศีรษะสูง งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ รวมถึงหลีกเลี่ยงยานอนหลับที่กดประสาทส่วนกลาง
- การรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ รักษาโรคภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือต่อมทอนซิลโต เพื่อลดการบวมของเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจ
- การใช้เครื่องมือแพทย์ การใช้เครื่อง CPAP เป็นวิธีมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเครื่องจะส่งแรงดันลมเปิดทางเดินหายใจ หรือการใช้อุปกรณ์ทันตกรรม (Oral Appliance) เพื่อขยับขากรรไกร
- การรักษาด้วยการผ่าตัด ใช้ในกรณีที่มีความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจชัดเจน หรือวิธีอื่นไม่ได้ผล เช่น การผ่าตัดลิ้นไก่ แต่งเพดานอ่อน การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร หรือการจี้ด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น
ปรึกษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับกับ P.K. Healthcare and Medical
ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Resmed และศูนย์บริการหลังการขายในประเทศไทย P.K. Healthcare and Medical เราพร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เรามีทีมผู้ชำนาญการที่พร้อมแนะนำการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าการรักษาจะเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการพักผ่อน
สรุปบทความ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการนอนกรนที่สร้างความรำคาญ แต่เป็นภัยเงียบที่บั่นทอนสุขภาพระยะยาว หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงได้ การหมั่นสังเกตอาการและเข้ารับการตรวจ Sleep Test จึงเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อพบความผิดปกติ การรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เช่น การปรับพฤติกรรมหรือการใช้เครื่องมือช่วยหายใจ จะช่วยให้เรากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและนอนหลับได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
อันตรายอย่างยิ่งหากไม่ได้รับการรักษา ภาวะนี้ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงขณะหลับ ส่งผลให้หัวใจและสมองต้องทำงานหนักขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเฉียบพลันขณะหลับ หรือใหลตายได้
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอันตรายไหม?
อันตรายอย่างยิ่งหากไม่ได้รับการรักษา ภาวะนี้ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงขณะหลับ ส่งผลให้หัวใจและสมองต้องทำงานหนักขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเฉียบพลันขณะหลับ หรือใหลตายได้
การตรวจ Sleep Test จำเป็นหรือไม่?
มีความจำเป็นมาก เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะยืนยันได้ว่าเรามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่ และมีความรุนแรงในระดับใด ค่า AHI ที่ได้จากการตรวจจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ถูกต้อง เช่น การปรับตั้งค่าแรงดันลมของเครื่องอัดอากาศให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
ถ้าลดน้ำหนักได้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะหายไปหรือไม่?
การลดน้ำหนักช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน เพราะจะช่วยลดไขมันที่สะสมบริเวณรอบคอและทางเดินหายใจ ทำให้ช่องทางเดินหายใจกว้างขึ้น ในผู้ป่วยที่มีอาการระดับเล็กน้อยอาจหายขาดได้ แต่ในรายที่มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติร่วมด้วย อาจต้องใช้การรักษาอื่นควบคู่กัน
เรียบเรียงโดย : ภคิณ จินดาพล
Sleep Specialist

Pakin Jindapon
