แชร์

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร ใครบ้างที่เสี่ยงเป็น รักษาได้ไหม

อัพเดทล่าสุด: 20 ก.พ. 2026
25 ผู้เข้าชม

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนอาจมองว่าการนอนกรนเป็นเรื่องปกติ แต่ทราบหรือไม่ว่าเสียงกรนนั้นอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพร้ายแรง อาการอ่อนเพลียทั้งที่นอนเต็มอิ่ม หรือการสะดุ้งตื่นกลางดึก อาจบ่งบอกว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจและคุณภาพชีวิต หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอื่นตามมา บทความนี้ จะพาไปทำความรู้จักกับภัยเงียบนี้อย่างละเอียด เพื่อให้เราสามารถรับมือและดูแลสุขภาพการนอนได้อย่างถูกวิธี

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร

Obstructive Sleep Apnea : OSA คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของการหายใจที่เกิดขึ้นในระหว่างการนอนหลับ โดยมีการอุดกั้นของทางเดินหายใจ ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่มักพบได้บ่อยในเพศชาย ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ ซึ่งผู้ที่มีอาการ Sleep Apnea ส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ตัวว่าตนเองมีภาวะนี้ โดยมักจะทราบจากคู่สมรสหรือคนใกล้ชิดที่สังเกตเห็นความผิดปกติขณะหลับ

สาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

โรคนี้เกิดจากความผิดปกติทางกายภาพของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ อาทิ ช่องคอ ผนังคอหอย หรือจมูกมีความแคบกว่าปกติ เมื่อเข้าสู่ภาวะหลับลึก กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวจะคลายตัวและหย่อนลงมาปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้เกิดเสียงกรนจากการสั่นสะเทือน และเมื่อร่างกายพยายามหายใจเข้าแรงขึ้นผ่านช่องทางที่แคบลง จะส่งผลให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างสมบูรณ์ ทำให้เกิดการหยุดหายใจชั่วขณะและร่างกายขาดออกซิเจนในที่สุด

อาการภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สัญญาณเตือนของภาวะนี้มีหลายรูปแบบ ซึ่งอาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและสุขภาพในระยะยาว หากเรา หรือคนใกล้ชิดมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเร่งปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย

  • นอนกรนเสียงดัง มักกรนเป็นประจำและเสียงดังผิดปกติ อาจมีช่วงเงียบหายไปแล้วตามด้วยเสียงเฮือกเหมือนขาดอากาศ
  • หยุดหายใจขณะหลับ มีอาการหยุดหายใจเป็นพัก ๆ หรือสำลักเหมือนขาดอากาศหายใจ
  • สะดุ้งตื่นกลางดึก ตื่นขึ้นมาด้วยอาการหายใจแรง หายใจติดขัด หรือรู้สึกเหมือนจะสำลักน้ำลาย
  • อาการหลังตื่นนอน รู้สึกคอแห้ง ปากแห้ง เจ็บคอหลังจากตื่นนอนตอนเช้า
  • การเคลื่อนไหวผิดปกติขณะหลับ มีอาการนอนดิ้น เตะขาไปมา หรือขยับแขนขาอย่างรุนแรง
  • ภาวะขากระตุก รู้สึกยุบยิบ หรือกระสับกระส่ายที่ขา ทำให้นอนไม่หลับหรือต้องขยับขาบ่อยๆ
  • พฤติกรรมผิดปกติขณะหลับ เช่น ละเมอเดิน ละเมอพูด หรือละเมอรับประทานอาหาร
  • ความผิดปกติทางอารมณ์และการฝัน ฝันร้าย ฝันผวา หรือแสดงท่าทางโต้ตอบในความฝัน
  • อุบัติเหตุขณะนอน นอนตกเตียง หรือมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่รุนแรงโดยไม่รู้ตัว
  • อาการทางกายอื่นๆ นอนกัดฟัน หรือมีอาการชักขณะหลับในบางราย

กลุ่มเสี่ยงเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การวัดระดับความรุนแรงของโรคจะใช้เกณฑ์ดัชนีการหยุดหายใจและหายใจแผ่ว หรือ Apnea Hypopnea Index (AHI) ซึ่งได้จากการคำนวณจำนวนครั้งที่หยุดหายใจ (Apnea) และการหายใจแผ่ว (Hypopnea) ต่อชั่วโมง เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษา

  • ระดับปกติ (Normal) ค่า AHI น้อยกว่า 5 ครั้งต่อชั่วโมง ถือว่าการหายใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ระดับเล็กน้อย (Mild) ค่า AHI อยู่ระหว่าง 5-15 ครั้งต่อชั่วโมง อาจเริ่มมีอาการง่วงนอนบ้างในตอนกลางวัน
  • ระดับปานกลาง (Moderate) ค่า AHI อยู่ระหว่าง 15-30 ครั้งต่อชั่วโมง ร่างกายเริ่มได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้น ควรได้รับการรักษา
  • ระดับรุนแรง (Severe) ค่า AHI มากกว่า 30 ครั้งต่อชั่วโมง ถือว่ามีความรุนแรงมาก เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนสูง จำเป็นต้องได้รับการรักษาทันที

กลุ่มเสี่ยงเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

กลุ่มเสี่ยงเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะนี้มาจากหลายองค์ประกอบ ทั้งโครงสร้างร่างกาย โรคประจำตัว และไลฟ์สไตล์ ซึ่งหากเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ควรหมั่นสังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ

  • โครงสร้างใบหน้าและทางเดินหายใจ ผู้ที่มีคางสั้น ยุบ กะโหลกศีรษะผิดรูป หรือมีช่องคอและช่องจมูกแคบโดยกำเนิด
  • โรคประจำตัวและภาวะสุขภาพ ผู้ป่วยโรคอ้วน น้ำหนักเกินเกณฑ์ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคภูมิแพ้ทางจมูกฃ
  • ผลข้างเคียงจากยา การรับประทานยาที่มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ หรือยานอนหลับบางชนิด ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจหย่อนตัวง่ายขึ้น
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีส่วนกระตุ้นให้เนื้อเยื่อในคอระคายเคืองและหย่อนตัว ส่งผลให้ทางเดินหายใจอุดกั้นได้ง่าย

การตรวจสุขภาพการนอนหลับ (Sleep Test)

การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดคือการทำ Sleep Test หรือ Polysomnography ซึ่งเป็นการตรวจวิเคราะห์การทำงานของระบบต่างๆ  ในร่างกายระหว่างการนอนหลับ โดยใช้เวลาตรวจประมาณ 6-8 ชั่วโมง ในช่วงเวลากลางคืน เพื่อตรวจจับสัญญาณชีพ คลื่นสมอง การหายใจ และระดับออกซิเจนในเลือด ข้อมูลที่ได้จะช่วยให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด

แนวทางการรักษา

เมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้ว แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรงและสาเหตุของโรค ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายเพื่อช่วยคืนคุณภาพการนอนหลับที่ดี

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หลีกเลี่ยงการนอนหงายโดยให้นอนตะแคงหรือหนุนศีรษะสูง งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ รวมถึงหลีกเลี่ยงยานอนหลับที่กดประสาทส่วนกลาง
  • การรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ รักษาโรคภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือต่อมทอนซิลโต เพื่อลดการบวมของเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจ
  • การใช้เครื่องมือแพทย์ การใช้เครื่อง CPAP เป็นวิธีมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเครื่องจะส่งแรงดันลมเปิดทางเดินหายใจ หรือการใช้อุปกรณ์ทันตกรรม (Oral Appliance) เพื่อขยับขากรรไกร
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด ใช้ในกรณีที่มีความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจชัดเจน หรือวิธีอื่นไม่ได้ผล เช่น การผ่าตัดลิ้นไก่ แต่งเพดานอ่อน การผ่าตัดเลื่อนขากรรไกร หรือการจี้ด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น

ปรึกษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับกับ P.K. Healthcare and Medical

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Resmed และศูนย์บริการหลังการขายในประเทศไทย P.K. Healthcare and Medical เราพร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหานอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เรามีทีมผู้ชำนาญการที่พร้อมแนะนำการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าการรักษาจะเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการพักผ่อน

สรุปบทความ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการนอนกรนที่สร้างความรำคาญ แต่เป็นภัยเงียบที่บั่นทอนสุขภาพระยะยาว หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงได้ การหมั่นสังเกตอาการและเข้ารับการตรวจ Sleep Test จึงเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อพบความผิดปกติ การรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เช่น การปรับพฤติกรรมหรือการใช้เครื่องมือช่วยหายใจ จะช่วยให้เรากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและนอนหลับได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

อันตรายอย่างยิ่งหากไม่ได้รับการรักษา ภาวะนี้ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงขณะหลับ ส่งผลให้หัวใจและสมองต้องทำงานหนักขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเฉียบพลันขณะหลับ หรือใหลตายได้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอันตรายไหม?

อันตรายอย่างยิ่งหากไม่ได้รับการรักษา ภาวะนี้ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงขณะหลับ ส่งผลให้หัวใจและสมองต้องทำงานหนักขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเฉียบพลันขณะหลับ หรือใหลตายได้

การตรวจ Sleep Test จำเป็นหรือไม่?

มีความจำเป็นมาก เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะยืนยันได้ว่าเรามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่ และมีความรุนแรงในระดับใด ค่า AHI ที่ได้จากการตรวจจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ถูกต้อง เช่น การปรับตั้งค่าแรงดันลมของเครื่องอัดอากาศให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

ถ้าลดน้ำหนักได้ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจะหายไปหรือไม่?

การลดน้ำหนักช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน เพราะจะช่วยลดไขมันที่สะสมบริเวณรอบคอและทางเดินหายใจ ทำให้ช่องทางเดินหายใจกว้างขึ้น ในผู้ป่วยที่มีอาการระดับเล็กน้อยอาจหายขาดได้ แต่ในรายที่มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติร่วมด้วย อาจต้องใช้การรักษาอื่นควบคู่กัน


เรียบเรียงโดย : ภคิณ จินดาพล
Sleep Specialist

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
สะดุ้งตื่นกลางดึก เกิดจากอะไร
อาการสะดุ้งตื่นเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท ความเครียด หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หากรุนแรงควรทำ Sleep Test และรักษาด้วยการใช้เครื่อง CPAP
Pakin's Profile for Blog Pakin Jindapon
20 ก.พ. 2026
ตื่นนอนแล้วปวดหัว เกิดจากอะไร
อาการตื่นนอนแล้วปวดหัวมักเกิดจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือความเครียด แก้ด้วยการปรับพฤติกรรมการนอนและปรึกษาแพทย์หากมีอาการเรื้อรัง
Pakin's Profile for Blog Pakin Jindapon
20 ก.พ. 2026
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คืออะไร
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับคืออะไร อันตรายแค่ไหน อธิบายอาการ สาเหตุ วิธีวินิจฉัย และแนวทางรักษา เหมาะสำหรับผู้เริ่มสงสัยว่าตนเองมีภาวะ OSA
Pakin's Profile for Blog Pakin Jindapon
16 ม.ค. 2017
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ