Sleep Test ราคาเท่าไหร่? มีวิธีเลือกตรวจอย่างไรให้เหมาะกับอาการ

สารบัญเนื้อหา
- Sleep Test คืออะไร
- การตรวจการนอนหลับมีไว้เพื่ออะไร
- Sleep Test ราคาเท่าไหร่
- Home Sleep Test Type 3 ตรวจหาอะไรบ้างได้บ้าง ?
- ขั้นตอนการให้บริการ
- ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ Sleep Test
- ปรึกษาการตรวจ Sleep Test กับ P.K. Healthcare
- ขอใบรับรองแพทย์ผ่านแอปฯ หมอดี
- สรุป
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคา Sleep Test
Sleep Test คืออะไร
การตรวจการนอนหลับมีไว้เพื่ออะไร
Sleep Test ราคาเท่าไหร่

สำหรับผู้ที่สนใจประเมินสุขภาพการนอนด้วยโปรแกรมบริการตรวจการนอนหลับ Home Sleep Test รูปแบบ Type 3 ซึ่งเป็นการตรวจวัดการทำงานของร่างกายในขณะหลับที่บ้าน ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการประเมินระดับความรุนแรงและช่วยในการวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) โดยมีอัตราค่าบริการอยู่ที่ 2,999 บาท ทั้งนี้ อัตราค่าบริการดังกล่าวเป็นราคาเฉพาะการทดสอบเท่านั้น ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการจัดส่งอุปกรณ์และค่าบริการปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม
Home Sleep Test Type 3 ตรวจหาอะไรบ้างได้บ้าง ?
การตรวจการนอนหลับแบบทำที่บ้าน (Type 3) เป็นรูปแบบการตรวจที่เน้นการวัดค่าพารามิเตอร์ที่จำเป็นต่อการประเมินระบบทางเดินหายใจและระบบหัวใจหลอดเลือดในระหว่างที่เรากำลังนอนหลับ โดยอุปกรณ์จะทำการบันทึกข้อมูลสำคัญต่างๆ เพื่อนำไปวิเคราะห์อย่างละเอียด ดังนี้
- ลมหายใจทางจมูกและปาก (Nasal Airflow
- การเคลื่อนไหวของทรวงอกและท้อง (Respiratory Effort)
- ระดับออกซิเจนในเลือด (Oxygen Saturation SpO2)
- อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate)
- อัตราการหายใจ (Respiratory Rate)
- การเคลื่อนไหวของร่างกาย และ ตำแหน่งของร่างกายขณะนอน (Body Position)
- ระดับเสียงกรน (Snoring)
ขั้นตอนการให้บริการ

เมื่อเราตัดสินใจเข้ารับการตรวจ การเตรียมตัวและทำความเข้าใจลำดับขั้นตอนจะช่วยให้การทดสอบเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ โดยกระบวนการให้บริการตั้งแต่เริ่มต้นรับอุปกรณ์จนถึงการรับฟังผลการทดสอบ มีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามดังต่อไปนี้
- ลูกค้าติดต่อรับเครื่อง Sleep Test
- เจ้าหน้าที่ Sleep Technician สอนการติดตั้งเครื่อง Sleep Test
- ลูกค้านำเครื่อง Sleep Test กลับ และติดตั้งเครื่อง Sleep Test ก่อนเข้านอน
- ลูกค้าใช้เครื่อง Sleep Test ตลอดการนอน
- ลูกค้าคืนเครื่อง Sleep Test
- เจ้าหน้าที่ Sleep Technician อ่านผลการทำ Sleep Test พร้อมอธิบายผลเบื้องต้น
- พบแพทย์ พร้อมออกใบรับรองแพทย์ / ขอใบรับรองแพทย์ผ่านแอปฯ หมอดี
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ Sleep Test
ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องเข้ารับการทดสอบการนอนหลับ แต่หากเราสังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเองหรือคนใกล้ชิดในเวลากลางคืนหรือช่วงตื่นนอน การเข้ารับการตรวจประเมินจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง กลุ่มคนที่ควรพิจารณาเข้ารับการทดสอบมีดังนี้
ผู้ที่นอนกรนเป็นประจำหรือเสียงกรนดัง
อาการนอนกรนไม่ใช่เรื่องปกติเสมอไป โดยเฉพาะหากเสียงกรนดังมากจนรบกวนคนข้างๆ หรือมีอาการกรนแล้วหยุดเป็นพักๆ เหมือนคนสำลักอากาศ เสียงกรนเกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบน หากปล่อยทิ้งไว้อาจพัฒนาไปสู่ความผิดปกติที่รุนแรงขึ้น การตรวจจะช่วยให้เราทราบว่าอาการกรนนั้นอยู่ในระดับใดและมีความเสี่ยงต่อระบบหายใจหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป
ผู้ที่สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ผู้ที่มีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ระหว่างหลับมักไม่รู้ตัว แต่คนรอบข้างอาจสังเกตเห็น อาการนี้ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้สมองต้องสั่งการให้ตื่นตัวบ่อยครั้ง สัญญาณเตือนที่พบบ่อยคืออาการตื่นนอนแล้วปวดหัว รู้สึกคอแห้ง หรือมีความดันโลหิตสูงในตอนเช้า การทดสอบจะช่วยยืนยันว่าเรามีภาวะนี้หรือไม่ เพื่อรับการดูแลที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที
ผู้ที่มีอาการง่วงผิดปกติระหว่างวันหรือพักผ่อนไม่เต็มอิ่ม
แม้จะใช้เวลานอนเพียงพอ แต่ตื่นมายังรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น และมีอาการง่วงนอนอย่างมากในระหว่างวันจนส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าระบบร่างกายอาจไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในตอนกลางคืน การตรวจวัดการนอนหลับจะช่วยค้นหาความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถเข้าสู่ระยะการหลับลึกได้อย่างที่ควรจะเป็น
ผู้ที่มีความผิดปกติของการนอน
นอกเหนือจากปัญหาการหายใจแล้ว ผู้ที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับรูปแบบอื่นๆ เช่น อาการนอนไม่หลับเรื้อรัง อาการละเมอเดิน ละเมอพูด นอนกัดฟัน ภาวะขากระตุกระหว่างหลับ หรือโรคลมหลับ (Narcolepsy) ที่มีอาการง่วงหลับอย่างกะทันหัน ความผิดปกติเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยเครื่องมือแพทย์ในการวิเคราะห์คลื่นสมองและพฤติกรรมระหว่างหลับ เพื่อหาสาเหตุทางสรีรวิทยาและวางแนวทางการแก้ไขที่ตรงจุด
ปรึกษาการตรวจ Sleep Test กับ P.K. Healthcare
หากพบว่าเรามีความเสี่ยง ทาง P.K. Healthcare and Medical มีบริการให้คำปรึกษาพร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีค่าบริการแพทย์ 2,000 บาท และรับส่วนลด 1,000 บาททันทีเมื่อซื้อเครื่อง CPAP Resmed (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) โดยบริการครอบคลุมดังนี้
- ตรวจร่างกายทั่วไป
- ประเมินทางเดินหายใจส่วนบน: Mallampati, Tonsil grade, Nasal examination
- วัด Vital signs: BT, PR, RR, BP, SpO2
- ตรวจ EKG 6 leads
- แปลผล Sleep Test
- ให้คำปรึกษาการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกลั้น (OSA)
- ออกใบรับรองแพทย์
ขอใบรับรองแพทย์ผ่านแอปฯ หมอดี
เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการรับบริการ เราสามารถขอใบรับรองแพทย์ออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันหมอดี (MorDee) ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง โดยมีขั้นตอนการเข้าใช้งานและการขอเอกสารผ่านระบบออนไลน์ที่สามารถทำได้ด้วยตนเองดังต่อไปนี้
- ดาวน์โหลดแอปฯ หมอดี (MorDee) ลงทะเบียนใช้งาน และยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน
- ค้นหาแพทย์: เลือกแผนก หรือค้นหาแพทย์ที่ต้องการปรึกษา
- นัดหมายและปรึกษา: เลือกวัน-เวลา หรือเลือกปรึกษาทันทีผ่าน Video Call, โทร หรือแชท
- แจ้งความประสงค์: ระหว่างปรึกษา ให้แจ้งแพทย์ว่า "ต้องการขอใบรับรองแพทย์"
- รับใบรับรองแพทย์: หลังจบการปรึกษา แพทย์จะส่งสรุปการรักษา/ใบรับรองแพทย์ให้
สรุป

สุขภาพการนอนเป็นรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี การเริ่มต้นสำรวจความผิดปกติด้วยการทำ Sleep Test ราคาที่เข้าถึงได้ จะช่วยให้เราทราบถึงปัญหาและรับการประเมินอย่างถูกต้อง หากพบว่ามีความจำเป็นต้องใช้ CPAP บริษัท P.K. Healthcare and Medical ในฐานะตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของ Resmed ในประเทศไทย พร้อมให้คำปรึกษาและให้บริการอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้เรากลับมานอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่มอีกครั้ง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคา Sleep Test
Home Sleep Test เหมาะกับใครบ้าง
การทดสอบการนอนหลับที่บ้านหรือ Home Sleep Test เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนหรือผู้ที่สงสัยว่าตนเองมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับในระดับที่ไม่รุนแรงมากนัก และไม่มีโรคประจำตัวที่ซับซ้อน เช่น โรคหัวใจล้มเหลว หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รูปแบบนี้ช่วยให้เราสามารถประเมินอาการเบื้องต้นได้ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ทำให้นอนหลับได้ง่ายกว่าการไปนอนที่โรงพยาบาลและมีค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า
ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนตรวจ Sleep Test
การเตรียมความพร้อมก่อนการทดสอบเป็นสิ่งสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ในช่วงบ่ายและเย็นก่อนการตรวจ รวมถึงงดการงีบหลับในช่วงกลางวัน เพื่อให้ร่างกายสามารถหลับพักผ่อนได้ตามปกติในเวลากลางคืน อาบน้ำสระผมให้สะอาดและหลีกเลี่ยงการทาครีมบำรุงผิวหรือน้ำมันบริเวณหน้าอกและใบหน้า เพื่อให้สามารถติดอุปกรณ์เซ็นเซอร์ต่างๆ ได้อย่างแน่นหนาและบันทึกข้อมูลได้อย่างแม่นยำ
ตรวจ Sleep Test ใช้เวลานานแค่ไหน
โดยทั่วไปการบันทึกข้อมูลการนอนหลับจะใช้เวลาตลอดทั้งคืน คือประมาณ 6 ถึง 8 ชั่วโมงตามระยะเวลาการนอนปกติของเรา เพื่อให้เครื่องมือสามารถบันทึกข้อมูลวงจรการนอนหลับได้อย่างครบถ้วน เมื่อตื่นนอนในตอนเช้า เราสามารถถอดอุปกรณ์ออกได้ด้วยตนเอง จากนั้นนำอุปกรณ์ส่งคืนตามจุดที่กำหนด เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลที่บันทึกไว้ตลอดทั้งคืนไปวิเคราะห์และประมวลผลต่อไป
>> แบบฟอร์มขอเช่า/เช่าทดลองเครื่อง CPAP/BiPAP <<
เรียบเรียงโดย : ภคิณ จินดาพล
Sleep Specialist
Posted : 2026-08-14
Edited : 2026-08-14




