หัวใจเต้นแรงตอนนอน เกิดจากอะไร สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

สารบัญเนื้อหา
- หัวใจเต้นแรงตอนนอน คืออะไร
- หัวใจเต้นแรงตอนนอนเกิดจากอะไร
- อาการแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์
- วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดอาการหัวใจเต้นแรงตอนนอน
- ปรึกษาการตรวจ Sleep Test กับ P.K. Healthcare
- สรุป
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหัวใจเต้นแรงตอนนอน
หัวใจเต้นแรงตอนนอน คืออะไร
หัวใจเต้นแรงตอนนอนเกิดจากอะไร

สาเหตุของการที่นอนแล้วใจสั่นหรือมีจังหวะการเต้นของหัวใจที่รุนแรงผิดปกติในเวลากลางคืนนั้น เกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย ทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน สภาพจิตใจ ไปจนถึงความผิดปกติของระบบร่างกายที่แฝงอยู่ การสำรวจพฤติกรรมและปัญหาสุขภาพเบื้องต้นจะช่วยให้เราพบคำตอบที่แน่ชัด ดังนี้
ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ความเครียดสะสมและความวิตกกังวลจากการทำงานหรือการใช้ชีวิต เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นแม้ในยามพักผ่อน นอกจากนี้ การพักผ่อนไม่เพียงพอยังส่งผลกระทบต่อวงจรการนอนหลับ ทำให้ร่างกายไม่สามารถเข้าสู่ระยะการหลับลึกได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้ตื่นกลางดึกพร้อมกับอาการใจสั่น การจัดการความเครียดและปรับพฤติกรรมการนอนให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงนี้
คาเฟอีน แอลกอฮอล์ และสารกระตุ้นก่อนนอน
การบริโภคเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเย็นหรือก่อนเข้านอน มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทและเร่งการทำงานของหัวใจ สารเหล่านี้จะตกค้างอยู่ในกระแสเลือดเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายตื่นตัวและส่งผลให้มีอาการใจเต้นเร็วในขณะที่พยายามจะหลับ การหลีกเลี่ยงสารกระตุ้นเหล่านี้ในช่วงก่อนนอนจะช่วยให้ร่างกายสงบและเข้าสู่สภาวะการพักผ่อนได้ดีขึ้น
โรคหัวใจและโรคไทรอยด์
ในบางกรณี อาการใจเต้นแรงอาจเป็นผลมาจากความผิดปกติของอวัยวะภายใน เช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนออกมามากเกินไป ทำให้ระบบเผาผลาญและการทำงานของหัวใจเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ ปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างของหัวใจหรือระบบไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการสะดุดหรือเต้นแรงในเวลากลางคืน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นความผิดปกติที่มักเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว เมื่อเกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจ ร่างกายจะขาดออกซิเจนชั่วขณะ ทำให้สมองสั่งการให้ร่างกายตื่นตัวเพื่อฮุบอากาศ ส่งผลให้หัวใจต้องบีบตัวแรงและเร็วขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดชดเชยออกซิเจนที่หายไป สัญญาณเตือนที่ชัดเจนคือมักมีอาการตื่นนอนแล้วปวดหัวหรือรู้สึกอ่อนเพลียในตอนเช้าร่วมด้วย ซึ่งเป็นภาวะที่ควรได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
อาการแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์
แม้ว่าอาการใจเต้นแรงในเวลากลางคืนอาจเกิดจากปัจจัยที่ไม่ร้ายแรงและสามารถดีขึ้นได้เองเมื่อปรับพฤติกรรม แต่ในบางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพ หากเราสังเกตพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นร่วมกับอาการใจสั่น ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจประเมินเพิ่มเติม ดังนี้
ใจสั่นร่วมกับแน่นหน้าอก เหนื่อย หรือหายใจลำบาก
หากรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงจนรบกวนการนอน และมาพร้อมกับความรู้สึกเจ็บแน่นบริเวณหน้าอก เหมือนมีของหนักมาทับ หรือมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่เต็มอิ่มแม้นอนพัก อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการขาดเลือดของกล้ามเนื้อหัวใจหรือการทำงานที่ผิดปกติของระบบหลอดเลือด ซึ่งไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือรอดูอาการด้วยตนเอง ควรได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดโดยเร็ว
หน้ามืด เป็นลม หรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติต่อเนื่อง
อาการใจสั่นที่เกิดขึ้นร่วมกับความรู้สึกวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมเมื่อลุกขึ้นนั่งหรือยืน หรือจังหวะการเต้นของหัวใจที่เร็วต่อเนื่องยาวนานไม่ยอมลดลงสู่สภาวะปกติ บ่งชี้ถึงระบบการไหลเวียนเลือดที่ไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ ซึ่งอาจเกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง การประเมินการทำงานของหัวใจอย่างละเอียดจะช่วยป้องกันความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจควรได้รับการตรวจ
กลุ่มผู้ที่มีประวัติโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือมีประวัติบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคหัวใจ หากมีอาการใจสั่นในเวลากลางคืนควรรีบเข้ารับการตรวจสุขภาพ เนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจจะสูงกว่าบุคคลทั่วไป การตรวจประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความรุนแรงของโรคได้
วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดอาการหัวใจเต้นแรงตอนนอน
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยลดการกระตุ้นให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดปกติในเวลากลางคืนได้ หากเราสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยส่งเสริมให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่
- งดเว้นเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นในช่วงบ่ายและค่ำ การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ ตลอดจนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลมก่อนเข้านอน จะช่วยให้ระบบประสาทไม่ถูกกระตุ้นมากเกินไป
- กำหนดตารางการพักผ่อนให้เป็นเวลา การเข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดียวกันทุกวัน รวมถึงการให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างน้อย 6 ถึง 8 ชั่วโมง จะช่วยรักษาสมดุลของนาฬิกาชีวภาพและทำให้ร่างกายผ่อนคลาย
- ผ่อนคลายจิตใจก่อนเข้าสู่การนอน การทำกิจกรรมที่ช่วยลดความตึงเครียด เช่น การทำสมาธิ หรือการกำหนดลมหายใจเข้าออกช้าๆ จะช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจช้าลงและเข้าสู่การนอนหลับได้ง่ายขึ้น
- สร้างความแข็งแรงให้ระบบหัวใจด้วยการเคลื่อนไหว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในช่วงเช้าหรือเย็น จะช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดีขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักใกล้เวลานอน
- ประเมินสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ การเข้ารับการตรวจเช็กการทำงานของร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคประจำตัว จะช่วยเฝ้าระวังความผิดปกติและรับการดูแลได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
ปรึกษาการตรวจ Sleep Test กับ P.K. Healthcare
หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วยังมีอาการใจสั่นหรือสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การเข้ารับการตรวจประเมินการนอนหลับเป็นแนวทางที่ช่วยค้นหาสาเหตุได้อย่างตรงจุด P.K. Healthcare and Medical มีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการตรวจ Sleep Test เพื่อประเมินความผิดปกติของระบบหายใจขณะหลับ พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้เครื่อง CPAP Resmed อย่างถูกต้อง เพื่อช่วยแก้ปัญหาการนอนและส่งเสริมให้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่
สรุป

อาการหัวใจเต้นแรงตอนนอนไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของความเครียด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ การสังเกตอาการและดูแลตัวเองเบื้องต้นมีความสำคัญ หากพบความผิดปกติควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด บริษัท P.K. Healthcare and Medical ตัวแทนจำหน่าย CPAP ของ Resmed และศูนย์บริการอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมดูแลและให้คำปรึกษาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการนอนหลับ มอบคืนค่ำคืนแห่งการพักผ่อนที่ดีให้แก่เรา
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหัวใจเต้นแรงตอนนอน
หัวใจเต้นแรงตอนนอนสามารถหายเองได้หรือไม่?
อาการใจสั่นสามารถดีขึ้นและหายเองได้ หากสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่รุนแรง เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การทำงานหนักจนมีความเครียดสะสม หรือการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ เมื่อเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดสิ่งกระตุ้น และให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เหมาะสม อาการก็จะค่อยๆ ลดลง อย่างไรก็ตาม หากอาการเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนรบกวนการใช้ชีวิต ควรได้รับการประเมินทางสุขภาพเพิ่มเติม
คนนอนกรนมีโอกาสหัวใจเต้นผิดจังหวะมากกว่าคนทั่วไปหรือไม่?
ผู้ที่มีอาการนอนกรนเสียงดัง มักมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ ซึ่งส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง ภาวะนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายต้องพยายามหายใจแรงขึ้นและส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือด ดังนั้น ผู้ที่นอนกรนเป็นประจำจึงมีโอกาสที่จะพบกับปัญหาหัวใจทำงานผิดปกติหรือใจสั่นในเวลากลางคืนได้มากกว่าผู้ที่ไม่มีปัญหาการกรน
การใช้เครื่อง CPAP ช่วยลดอาการหัวใจเต้นแรงตอนนอนได้หรือไม่?
สำหรับผู้ที่มีอาการใจสั่นซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) จะช่วยเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น ทำให้สามารถรับออกซิเจนได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งคืน เมื่อร่างกายไม่เกิดภาวะขาดออกซิเจน หัวใจจึงไม่จำเป็นต้องทำงานหนักหรือเต้นเร็วเพื่อชดเชย ส่งผลให้อาการใจสั่นลดลงและช่วยให้การนอนหลับกลับมามีคุณภาพดีอีกครั้ง
เรียบเรียงโดย : ภคิณ จินดาพล
Sleep Specialist
Posted : 2026-08-14
Edited : 2026-08-14



